ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นวันทำการซื้อขายสุดท้ายของเดือนต.ค.

ดัชนี ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นวันทำการซื้อขายสุดท้ายของเดือนต.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ณ เวลา 20.52 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 35,762.80 จุด บวก 32.32 จุด หรือ 0.09%

ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดวานนี้ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเมอร์ค แอนด์ โค และฟอร์ด มอเตอร์ แม้ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ของสหรัฐขยายตัวเพียง 2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี

ราคาหุ้นแอปเปิลดิ่งลงกว่า 3% ในการซื้อขายวันนี้ หลังเปิดเผยรายได้ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2560 ส่วนราคาหุ้นแอมะซอนร่วงลง 4%

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นเอ็กซอน โมบิล และเชฟรอนดีดตัวขึ้นขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

บริษัทกว่า 50% ในดัชนี S&P 500 ได้รายงานผลประกอบการในไตรมาส 3 แล้ว โดยมากกว่า 80% ในจำนวนดังกล่าวมีผลประกอบการสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ และนักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทจดทะเบียนจะมีการขยายตัวของกำไรในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นถึง 38.6%

ดัชนีดาวโจนส์มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน นอกจากนี้ นับตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้น 5.6% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้น 6.7% ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2563 ส่วนดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 6.9%

ข้อมูลจาก “Stock Trader’s Almanac” ระบุว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมักดีดตัวขึ้นในเดือนต.ค และปรับตัวขึ้นจนถึงสิ้นปี โดยเดือนต.ค.ถือเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงขาขึ้นตามฤดูกาลของราคาหุ้น ขณะที่ดัชนี S&P 500 ดีดตัวขึ้นเฉลี่ย 0.8% ในเดือนต.ค. ก่อนที่จะพุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนพ.ย. และ 1.5% ในเดือนธ.ค.

โดยนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 2-3 พ.ย. โดยคาดว่าเฟดอาจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมครั้งนี้

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนก.ย. สอดคล้องกับเดือนส.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงานสหรัฐ


ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com