ธปท มองบวกไทย เปิดประเทศ คาดจะเห็นการฟื้นตัว

ธปท. มองบวกไทย เปิดประเทศ 1 พ.ย. คาดจะเห็นการฟื้นตัว แต่ได้ประเมินกรณีเลวร้ายหากมีความเสี่ยงโควิดระบาด จีดีพีอาจต่ำกว่า 0.7%

ธปท.มองบวกไทย เปิดประเทศ 1 พ.ย.

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการหลายแห่งในเดือนต.ค. เห็นสัญญาณหลายธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ภาคการผลิตดีขึ้นตามกำลังซื้อที่ค่อยๆ ปรับตัวดี และตามกิจกรรมเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว รวมทั้งภาคบริการรับผลบวกจากการผ่อนคลายควบคุมการระบาด และยังเห็นสัญญาณแรงงานย้ายถิ่นและเลิกจ้างลดลง เริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับเข้าพื้นที่อุตสาหกรรมบ้างแล้ว แต่ยังต้องติดตามความเปราะบางต่อเนื่อง เพราะยังมีจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 39 เพิ่มขึ้น สะท้อนคนตกงานยังไม่สามารถเข้าทำงานในระบบ

นอกจากนี้ ในเดือน ต.ค.ยังเห็นทิศทางเงินบาทกลับมาแข็งค่า จากการที่ไทยเตรียมเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยก่อนหน้านี้เงินบาทในเดือน ก.ย.อ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้น ด้านเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ย.กลับมาเพิ่มขึ้นหลังจากสิ้นสุดมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยคาดเงินเฟ้อของปี 64 จะเข้าสู่กรอบล่าง 1%

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนก.ย. 2564 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน หลังมีการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ส่งผลให้เครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้น ด้านการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นบ้างตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัว ทั้งนี้ อุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ฟื้นตัว ประกอบกับปัญหา supply disruption จากการปิดโรงงานในไทยที่คลี่คลายทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นในหลายหมวด ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจผ่านรายจ่ายประจำและเงินโอน สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยู่ในระดับต่ำ

สำหรับเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในเกือบทุกหมวด จาก 1. การทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด และการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากขึ้นทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับดีขึ้น 2. ผลของอุปสงค์คงค้าง (pent-up demand) จากช่วงก่อนหน้า และ 3. มาตรการภาครัฐที่ยังช่วยพยุงกำลังซื้อของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง

คาดเศรษฐกิจไทยในปี 65 จะเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟูภาคธุรกิจ โดยธปท.ได้มีสินเชื่อฟื้นฟูไว้รองรับธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่อง และธปท.สนับสนุนปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงที่เริ่มฟื้นฟูมากขึ้น จากคนมีภาระหนี้ในช่วงโควิด ก็ควรเบาตัว และเข้าสู่โหมดปรับโครงสร้างหนี้ ค่อยๆแบ่งเบาภาระหนี้ในอนาคต โดยเครื่องมือที่มีอยู่ยังช่วยเหลือได้ แต่ยังตอบไม่ได้ว่ามาตรการปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ อาจต้องดูหลายมาตรการร่วมกัน

โดยการใช้จ่ายภาครัฐ ยังมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ จากรายจ่ายประจำที่ขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ตามรายจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้า และบริการ ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัวจากผลของฐานสูง ที่มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลกลางในปีก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลงจากเดือนก่อน และโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่หลายประเทศยังมีมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศอยู่


ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com