Archives January 2022

การประเมินหุ้นคุณค่า หุ้นดีและหุ้นราคถูก ในช่วง COVID-19

สำหรับนักลงทุนที่เน้นคุณค่าแล้ว หุ้นที่ดีและราคาถูก จึงมีความสำคัญมาก เมื่อเศรฐกิจมีการเปลี่ยนแปลง เราเองจึงต้องปรับความคิด และเครื่องมือในการลงทุนใหม่ให้เหมาะสมกับภาพเศรฐกิจเพื่อ การประเมินหุ้นคุณค่า ของเรา

นักลงทุนเน้นคุณค่า ( Value Investor : VI ) นั้นถูกสร้างขึ้นมาจาก Benjamin Graham ซึ่งในให้คำนิยาม “คุณค่า” ของหุ้นนั้น คือ หุ้นที่ “ถูก” นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว หลังจากนั้น Warren Buffett ก็ได้รับความคิดของ Phillip Fisher ซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญของหุ้นเติบโต (Growth Stock) ทำให้ความหมายของนักลงทุนหุ้นคุณค่านั้นกว้างขึ้นไปอีก แทนที่ “คุณค่า” จะอยู่ที่ “ความถูก” แต่มาอยู่ที่ “ความคุ้มค่า” ซึ่งมีเรื่องของการเติบโต รวมอยู่ในองค์ประกอบด้วย

นักลงทุนเน้นคุณค่าก็จำเป็นต้องเปิดใจ เพื่อค้นหาแนวทางการลงทุนแบบใหม่ ๆ เพราะกำลังอยู่ในขอบเขตที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกับธุรกิจสมัยใหม่ และการลงทุนในขอบเขตใหม่ๆ ด้วยวิชาการลงทุนเน้นคุณค่านั้นยังใช้ได้ เพียงแต่ต้องปรับความคิด และปรับเครื่องมือที่ใช้ในการลงทุนให้เหมาะสมตามยุคสมัย เนื่องด้วยเศรษฐกิจยุคใหม่ มีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ สามารถแข่งขันกันได้ทุกอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมบางประเภทอาจไม่ใช่คู่แข่งในวันนี้ แต่เดือนหน้าอาจกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญได้ เนื่องจากสามารถทำอะไรก็ได้ และทำได้ทุกอย่าง เพราะไม่มีพรมแดน และข้อจำกัดในการแข่งขัน

ความยากใน การประเมินหุ้นคุณค่า

หลังจากเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 จะได้ยินคำว่าเศรษฐกิจยุคใหม่ ( New Economy ) มากขึ้น จึงมีคำถามตามมาว่านักลงทุนเน้นคุณค่ามีความเข้าใจ กับการประเมินหุ้นเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งความยากง่าย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเภทอุตสาหกรรม แต่ความยากอยู่ที่การเลือกหุ้น จากเหตุผลต่างๆนี้

1. สภาพคล่องล้นตลาด เมื่อสภาพคล่องล้นทำให้ Valuation ของหุ้นส่วนใหญ่แพงขึ้น หรือพูดง่ายๆ ก็คือ หุ้นส่วนใหญ่ถูกซื้อขายใน Valuation ที่แพงจนเกินไป แล้วหุ้นที่ Undervalue ก็เหลือน้อยมาก หรือถ้ามีก็จะถูกไล่ราคาอย่างรวดเร็ว นี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเน้นคุณค่า ประเมินหุ้นได้ยากมากขึ้น

โดยในช่วงที่สภาพคล่องล้นตลาด ทำให้นักลงทุนพยายามหาอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะเติบโตในอนาคต ดังนั้น หุ้นที่เติบโตมากๆ หรือมีแนวโน้มในการเติบโตในระยะยาว Valuation จะอยู่ในระดับที่แพงมาก จึงเป็นความยากในการตัดสินใจลงทุน

2. การปรับตัว เนื่องจากเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นอะไรที่ท้าทาย ดังนั้น นักลงทุนต้องศึกษาธุรกิจใหม่ๆ เพราะถ้าอยู่แต่กับธุรกิจเดิมๆ และไม่ปรับตัว อาจเป็นความเสี่ยงในการลงทุน และความเสี่ยงของผลตอบแทนระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแนวคิดการประเมินมูลค่าหุ้นจะไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ มองหาธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสด และคำนวณกระแสเงินสดที่จะสร้างได้ในอนาคต ว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยง และราคาหุ้นในปัจจุบันหรือไม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ในแง่ของมุมมอง เพราะอุตสาหกรรมใหม่มักจะมีลักษณะของการสร้างกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นแต่ละช่วงเวลา มีวิธีการบันทึกบัญชี และการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ กลุ่มที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกียวข้อง ยิ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเท่าไร ก็จะยิ่งมีการปรับตัวที่เร็วมาก

นอกจากเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีความท้าทายแล้ว ยังมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยมีลักษณะ Disruption ผู้ที่ผิดพลาดก็มีโอกาสพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยากกับเศรษฐกิจยุคเก่า ( Old Economy ) ดังนั้น เมื่อความไม่แน่นอนสูงบวกกับ Valuation อยู่ในระดับแพง นักลงทุนต้องใช้ความสามารถในการมองอนาคต และการติดตามข้อมูลข่าวสารที่ใกล้ชิดมากขึ้น

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนเน้นคุณค่าหรือไม่ คำตอบคือ นักลงทุนเน้นคุณค่าไม่ได้จำกัดตายตัวว่า จะต้องลงทุนระยะยาว แต่จะลงทุนด้วยการให้ความสำคัญ กับการประเมินมูลค่าหุ้น ก่อนตัดสินใจเข้าซื้อ หรือขายหุ้น โดยจะลงทุนเมื่อสามารถประเมินได้ว่ามูลค่าหุ้นตัวนั้นมีราคาตํ่ากว่า “มูลค่าที่แท้จริง” ในทางกลับกัน จะขายหุ้นออกเมื่อหุ้นตัวนั้นมีราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การลงทุนจากนี้ต่อไป นับวันจะมีความท้าทายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นักลงทุนจำเป็นต้องประเมินรายละเอียด ในแต่ละอุตสาหกรรม และสิ่งที่ควรทำคือ หาจุดที่ตัวเองได้เปรียบ และหาจุดที่หุ้นได้เปรียบ แล้วกับกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม กับวางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน!!


ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com