Archives April 2022

ดอลลาร์แข็งค่า หลังตลาดกังวลภาวะเงินเฟ้อ

ดอลลาร์แข็งค่า หลังตลาดกังวลภาวะเงินเฟ้อ

ดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบสกุลเงินหลักในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ หลังการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

ดอลลาร์แข็งค่า

วันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 23.01 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า0.44% สู่ระดับ 114.06 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.74% สู่ระดับ 131.65 เยน และร่วงลง 1.18% สู่ระดับ 1.154 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.95% สู่ระดับ 94.23

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ทั่วไปพุ่งขึ้น 4.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2534

ดัชนี PCE ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนก.ย. สอดคล้องกับเดือนส.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง มากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงานสหรัฐ นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 2-3 พ.ย. โดยคาดว่าเฟดจะปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตร ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมครั้งนี้


ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com

CPF ยกเลิการซื้อบริษัท BiltOil

CPF ยกเลิการซื้อบริษัท BiltOil ธุรกิจฟาร์มสุกรในรัสเซีย

ประเทศรัสเซีย (Limited Liability Company BiltOil หรือ “ BiltOil LLC.”) เนื่องจากการดำเนินการภายใต้เงื่อนไขบังคับก่อน ตามที่ระบุไว้ในสัญญากำหนดกรอบแผนการซื้อขายหุ้นไม่เสร็จสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงส่งผลให้สัญญาดังกล่าวสิ้นผล

CPF ยกเลิการซื้อบริษัท BiltOil

นางกอบบุญ ศรีชัย เลขานุการบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ได้เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศผ่านตลาดหลักทรัพย์วันนี้ (29 ตุลาคม 2564) เรื่องการเข้าซื้อบริษัทย่อยใหม่ในประเทศรัสเซีย (Limited Liability Company BiltOil หรือ “BiltOil LLC.”) ตามหนังสือที่ บมจ. จภอ. 034/2564 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 นั้น เนื่องจากการดำเนินการภายใต้เงื่อนไขบังคับก่อนระบุไว้ในสัญญากำหนดกรอบแผนการซื้อขายหุ้นไม่เสร็จสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงส่งผลให้สัญญาดังกล่าวสิ้นผล และรายการเข้าซื้อลงทุนดังกล่าวถูกยกเลิกไป

อนึ่ง เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2564 บริษัทฯ แจ้งต่อตลท. ว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2564 Charoen Pokphand Foods (Overseas) LLC. และ CPF Netherlands B.V. I ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าลงนามทำสัญญากำหนดกรอบแผนการซื้อขายหุ้นใน Limited Liability Company BiltOil (BiltOil LLC.) กับ Aleinikov Sergey Valerievich และ Shamikhin Oleg Albertovich (Framework Agreement) เพื่อเข้าซื้อเงินลงทุนทั้งหมดใน BiltOil LLC. โดยคาดราคาซื้อขายเบื้องต้นอยู่ที่ 950,000,000 รัสเซียรูเบิลหรือเทียบเท่าประมาณ 404 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 17 พ.ค.2564 เท่ากับ 0.4253 บาท ต่อ 1 รัสเซียรูเบิล ) และบริษัทฯ คาดว่าการเข้าทำรายการจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/64

ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com

5 หนังสือการเงิน เล่มไหนดี เล่มไหนน่าสนใจ

เรามักได้ยินประโยคที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” เมื่อได้เห็นหรือได้ยินโฆษณาการชักชวนให้ลงทุนหุ้นหรือออมในประกันต่างๆ หลายๆคนก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะลงทุนหุ้น เพราะยังไม่กล้ารับความเสี่ยงมาก บ้างก็รู้สึกว่าการเล่นหุ้นนั้นเหมือนกับการเล่นพนันที่มีแต่เสียมากกว่าได้ แต่จริงๆ แล้วการเริ่มต้นเล่นหุ้นนั้นก็เหมือนการหัดปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ ที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนและศึกษา เพื่อไม่ให้คุณเสียเวลาวันนี้จึงพามารู้จักกับ 5 หนังสือการเงิน

5 หนังสือการเงิน

1- พ่อรวยสอนลูก

ผู้เขียน :  Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ)

ผู้แปล : –

สำนักพิมพ์ : ซีเอ็ดยูเคชั่น

20 ปีมาแล้วที่หนังสือ “Rich Dad Poor Dad” หรือ “พ่อรวยสอนลูก” ซึ่งเขียนโดย “โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ” เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นความรู้ทางการเงินส่วนบุคคลสำหรับคนทั่วโลก ด้วยคำสอนทางการเงินของพ่อรวย ที่สวนกระแสกับกูรูรุ่นเก่า ๆ และความเชื่อแบบเดิม ๆ ทำให้ใครหลายคนหันมาสนใจหนังสือเล่มนี้ โดยหนังสือเล่มนี้จะสอนตั้งแต่ในเรื่องของความคิดหรือแนวความคิดทางการเงิน ซึ่งจะมาในรูปแบบการบอกเล่าผ่านเรื่องราวในแบบคําสอนของพ่อให้กับลูก เกี่ยวกับความเชื่อผิดๆ 

2-Money 101

ผู้เขียน : จักรพงษ์ เมษพันธุ์

ผู้แปล : –

สำนักพิมพ์ : ซีเอ็ดยูเคชั่น

การเทรดหุ้นเทคนิคนั้นจะต้องอาศัยความรวดเร็วในการตัดสินใจซื้อหรือขาย จนทำให้นักลงทุนต้องเจ็บตัวจากความผิดพลาดเพราะไม่มีวิจารณญาณที่มากพอในการตัดสินใจหลายๆ ครั้ง หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลทั้งพื้นฐานและกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถประเมินจังหวะในการเทรดหุ้นได้ดียิ่งขึ้น เขียนโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดหุ้นระดับโลก ในหนังสือยังพยายามจะให้ผู้อ่าน สามารถเข้าใจสภาพตลาดเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเก็งกำไรและได้ผลตอบแทนจริงๆ โดยที่ไม่เจ็บตัวอีกด้วย

3-คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า : The Intelligent Investor

ผู้เขียน : Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม)

ผู้แปล : พรชัย รัตนนนทชัยสุข

สำนักพิมพ์ : วิสดอมเวิร์ค เพรส

คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่เขียนโดยผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า และยังเป็นหนังสือที่ “Warren Buffett” นักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก ยกย่องว่าเป็นหนังสือการลงทุนที่ดีที่สุดอีกด้วย เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงทัศนคติในการลงทุนที่ถูกต้อง กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนแต่ละประเภท การมีมุมมองอันเหมาะสมต่อความผันผวนของตลาดหุ้น รวมถึงเรื่องของนโยบายการลงทุน และกรณีศึกษาที่หลากหลาย อธิบายเนื้อหาโดยละเอียด เป็นลำดับขั้นตอน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง สำหรับนักลงทุนทุกท่านไม่ควรพลาด!

4-ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต

ผู้เขียน :  ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ผู้แปล : –

สำนักพิมพ์ : Nationbooks

สำหรับคนที่เล่นหุ้นคงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอนสำหรับ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าระดับประเทศ ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จะนำเสนอแนวทางเพื่อเป็นเครื่องมือในการลงทุนในหุ้น เพื่อให้เกิดความคิดและมีวิจารณญาณได้ว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องที่ควรหลบเลี่ยง ไม่ใช่เรื่องของความเสี่ยงแต่เป็นศาสตร์ที่ควรมีไว้ติดตัวทุกคน คนที่มีเงินเหลือจากการบริโภคในปัจจุบันสามารถนำเงินที่มีนั้นไปลงทุนให้เกิดผลตอบแทนสูงกว่าการนำเงินไปฝากธนาคาร เนื้อหาภายในจะให้ความรู้ที่ควรจะต้องศึกษาก่อนที่เข้าไปลงทุน โดยแนะนำว่าการลงทุนในหลักทรัพย์นั้นต้องทำให้เหมือนกับการเข้าหุ้นทำธุรกิจ, ค้นหาสไตล์การลงทุนของตัวเอง, ค้นหาหุ้นที่จะซื้อและขาย, รู้จักและศึกษาแนวทางการเล่นหุ้นของนักลงทุนเอกของโลก คือ วอร์เรน บัฟเฟตต์, จอร์จ โซโรส และ ปีเตอร์ ลินช์ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง

5- ศาสตร์แห่งบัฟเฟตต์ : Buffettology

ผู้เขียน : David Clark (เดวิด คลาร์ก), Mary Buffett (แมรี บัฟเฟตต์)

ผู้แปล : ดร. สมจินต์ ศรไพศาล,เจริญ ชโยภาส,อนิณ เมฆสุขใส,สันติ ชินศิริโชคชัย,อดุลพล จารุเกศนันท์

สำนักพิมพ์ : เนชั่นบุ๊คส์

พบกับหลักการลงทุนที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เนื้อหาที่นำเสนอในเล่มถือได้ว่าถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุนของเขาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ ด้วยข้อมูลเจาะลึกจากวงใน ที่ทำให้คุณเรียนรู้วิธีการลงทุนในแนวทางของบัพเฟตต์ ซึ่งเป็นเทคนิคลับเฉพาะที่ทำให้เขากลายเป็นคนทีติดอันดับร่ำรวยที่สุดในโลก แต่ละวิธีของเขาล้วนได้พิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้ดีเยี่ยมเพื่อลงทุนในหุ้นที่ยังคงเติบโตอีกนาน นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ถึงสมการคณิตศาสตร์ที่ตรงไปตรงมาซึ่งเขาใช้คำนวณในการลงทุน รู้จักตรวจสอบประเภทบริษัทที่บัพเฟตต์ให้ความสนใจ ตลอดจนเรียนรู้วิธีที่คุณจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ เพื่อประโยชน์ในการลงทุนของคุณเองในอนาคต

ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com

5 หนังสือหุ้น เล่มไหนดี เล่มไหนน่าอ่าน

การลงทุนในหุ้นหรือที่หลายคนเรียกกันแบบง่ายๆ ว่า “การเล่นหุ้น” นั้น ถือเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตลาดหุ้นไทยไม่ได้เป็นของใหม่แต่อย่างใด ซึ่งแน่นอนว่า ตลาดหุ้นนั้นก็ไม่ได้มีแต่ให้กำไรกับผู้ที่ลงทุนทุกราย แต่ยังมีผู้ที่ขาดทุนหรือมีคนจำนวนมากที่ถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวออกจากตลาดหุ้นไปก็มีเช่นกัน เพื่อไม่ให้คุณเสียเวลาวันนี้จึงพามารู้จักกับ 5 หนังสือหุ้น น่าอ่าน

 5 หนังสือหุ้น

1-เหนือกว่าวอลสตรีท : ONE UP ON WALL STREET

ผู้เขียน : Peter Lynch, John Rothchild

ผู้แปล : ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

สำนักพิมพ์ : ฟิเดลลิตี้

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปรู้จักกับหลักการลงทุนของ “ปีเตอร์ ลินซ์” ที่เน้นหาหุ้น “สิบเด้ง” หรือหุ้นที่จะขึ้นไป 10 เท่าตัว ซึ่งถือเป็นความฝันที่เกิดขึ้นได้ยากของนักลงทุนทุกคนก็ว่าได้ แต่หนังสือเล่มนี้อาจมีตัวช่วยครับ เพราะถูกเขียนโดยอัจฉริยะที่บริหารกองทุนจาก 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็น 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาแล้ว โดยในหนังสือเล่มนี้จะบอกถึงประวัติในการลงทุนของปีเตอร์ ลินช์ไว้อย่างละเอียด แฝงไปด้วยกลยุทธ์และประสบการณ์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนให้ได้ 10 เด้ง การลงทุนในสินค้ารูปแบบต่าง ๆ และการจัดการพอร์ตลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีข้อเตือนใจนักลงทุนที่คุณต้องรู้อีกด้วย

2-25 เคล็ดลับการลงทุนของบัฟเฟตต์ Short-Term Trading

ผู้เขียน :  L.J. RITTENHOUSE

ผู้แปล : –

สำนักพิมพ์ : Se-ed

หนังสือเล่มนี้จะสะท้อนถึงกลยุทธ์และความฉลาดในการลงทุนของบัฟเฟตต์ได้เป็นอย่างดี หากคุณอยู่ในแวดวงตลาดหุ้นและการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน แน่นอนว่า ทุกคนย่อมต้องรู้จัก วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้ร่ำรวยมาจากการทำธุรกิจ แต่ร่ำรวยมาจากการลงทุนและการบริหารเงินด้วยความเฉลียวฉลาดรอบคอบ ด้วยความที่เขาเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยชอบออกสื่อ จึงไม่ค่อยมีใครได้รู้เทคนิคในการลงทุนจากปากของเขาเองมากนัก มีแต่คนอื่นๆ ที่พยายามวิเคราะห์ลักษณะการลงทุนของเขาแล้วสรุปออกมาเป็นเทคนิคต่างๆ ถ้าเราอยากจะทราบข้อมูลจากปากของเขาเองจริงๆ แหล่งข้อมูลเดียวที่พอจะเข้าถึงได้คือ จดหมายที่เขาเขียนถึงผู้ถือหุ้นบริษัท BERKSHIRE HATHAWAY INC ปีละครั้งเป็นประจำทุกปี

3-ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต

ผู้เขียน :  ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ผู้แปล : –

สำนักพิมพ์ : Nationbooks

สำหรับคนที่เล่นหุ้นคงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอนสำหรับ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าระดับประเทศ ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จะนำเสนอแนวทางเพื่อเป็นเครื่องมือในการลงทุนในหุ้น เพื่อให้เกิดความคิดและมีวิจารณญาณได้ว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องที่ควรหลบเลี่ยง ไม่ใช่เรื่องของความเสี่ยงแต่เป็นศาสตร์ที่ควรมีไว้ติดตัวทุกคน คนที่มีเงินเหลือจากการบริโภคในปัจจุบันสามารถนำเงินที่มีนั้นไปลงทุนให้เกิดผลตอบแทนสูงกว่าการนำเงินไปฝากธนาคาร เนื้อหาภายในจะให้ความรู้ที่ควรจะต้องศึกษาก่อนที่เข้าไปลงทุน โดยแนะนำว่าการลงทุนในหลักทรัพย์นั้นต้องทำให้เหมือนกับการเข้าหุ้นทำธุรกิจ, ค้นหาสไตล์การลงทุนของตัวเอง, ค้นหาหุ้นที่จะซื้อและขาย, รู้จักและศึกษาแนวทางการเล่นหุ้นของนักลงทุนเอกของโลก คือ วอร์เรน บัฟเฟตต์, จอร์จ โซโรส และ ปีเตอร์ ลินช์ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง

4-เล่นหุ้นออนไลน์ไม่ยาก

ผู้เขียน : วีรวัฒน์ วีรวรรณ

ผู้แปล : –

สำนักพิมพ์ : thinkbeyond

สำหรับมือใหม่ที่สนใจจะลองเทรดหุ้นออนไลน์ แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี นี่คือหนังสือเล่มที่ตอบโจทย์อย่างมาก ด้วยเนื้อหาสาระสำหรับมือใหม่ที่ครบครัน โดยจะบอกถึง 7 ขั้นตอนสู่การเป็นนักลงทุนเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการลงทุน หรือการเปิดบัญชีพอร์ตการลงทุน ก็ล้วนมีเนื้อหาที่อธิบายเอาไว้อย่างละเอียด แถมยังมีการถ่ายทอดในรูปแบบของการ์ตูน ช่วยให้อ่านเข้าใจได้ง่าย มีการสอดแทรกมุกตลกช่วยให้อ่านได้โดยไม่น่าเบื่อ ซึ่งนอกจากความสนุกสนานดังกล่าวแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังสามารถไปประยุกต์ในการลงทุนจริงได้ดีอีกด้วย

5- CAN SLIM คัดหุ้นชั้นยอด ด้วยระบบชั้นเยี่ยม

ผู้เขียน : William J. O’Neil

ผู้แปล : ชินวิช ธเนศสกุลวัฒนา

สำนักพิมพ์ : Nsix

CAN SLIM เป็นวิธีการคัดสรรหุ้นที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เลือกหุ้นจากหลักการพื้นฐานและใช้ชาร์ทต่างๆ ในการหาจังหวะเวลาเข้าซื้อหุ้น CAN SLIM ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยให้กับผู้ใช้ได้ถึง 35.3% ต่อปี เมื่อเทียบกับผลตอบแทน 3.3% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกันของดัชนี S&P 500 สมาคมนักลงทุนแห่งสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษากลยุทธ์ในการลงทุนที่มีชื่อเสียงกว่า 50 แบบ พบว่าวิธี CAN SLIM นั้นอยู่ในอันดับต้นๆ ของกลยุทธ์การลงทุนทั้งหมดตลอดช่วงหลายทศวรรษ หากคุณกำลังหาระบบคัดกรองหุ้นคุณภาพสูง หนังสือเล่มนี้ก็เป็นอีกเล่มที่ไม่ควรพลาด


ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com