Archives August 2022

NCL เล็งลงทุนธุรกิจใหม่ มั่นใจรายได้ปี 65 โตแกร่ง ต่อยอดขนส่งโลจิสติกส์

NCL เล็งลงทุนธุรกิจใหม่ มั่นใจรายได้ปี 65 โตแกร่ง ต่อยอดขนส่งโลจิสติกส์ หลังมั่นใจครึ่งปีหลังโตอีก จากสถานการณ์โควิดที่ดีขึ้น เผยอยู่ระหว่างหาโอกาสในธุรกิจใหม่ ต่อยอดขนส่งโลจิสติกส์ เพิ่มฐานรายได้เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ คาดรายได้ปี 65 โตแกร่ง

NCL เล็งลงทุนธุรกิจใหม่

นายพงษ์เทพ วิชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL คาดว่าธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ประกอบกับค่าระวางเรือยังทรงตัว อยู่ในระดับที่ดี เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา 
ดังนั้น รายได้ในปีนี้จึงมีโอกาสเติบโตจากปีก่อน ที่ทำได้ 1,923.89 ล้านบาท

ผลการดําเนินงานของบริษัทในไตรมาส 2/2565 มีรายได้ 571.9 ล้านบาท สําหรับงวดหกเดือนแรก สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2565 รายได้ 1,161.3 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ รายได้ยังคงเติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการบริการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ เช่น รายได้จากธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจดิจิทัลและได้งานโครงการมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ให้ได้มากที่สุด

ธุรกิจของบริษัท ประกอบไปด้วย 1. ธุรกิจขนส่งครบวงจร (Freight Forwarder) 2. ธุรกิจตู้และขนส่งแบบไม่เต็มตู้ (NVOCC) 3. ธุรกิจขนส่งทางบกและโกดังสินค้า (Land and Warehouse) และ 4. ธุรกิจอื่นๆ (การขายน้ำยาฟอกไต ซึ่งบริษัทถือหุ้นร้อยละ 52.8 ของบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด)

ด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น จะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร และการจัดการบริษัท แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่น ที่จะขยายความเชี่ยวชาญ ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นทางเลือกแรก ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าของบริษัท โดยเป้าหมายทางธุรกิจของ บริษัท คือการลดต้นทุนโลจิสติกส์อย่างมืออาชีพเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจ ให้กับลูกค้าให้มากที่สุด

ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com

ไทยออยล์ฟันกำไร 2.5 หมื่นล้านบาท ในQ2/65 เพิ่มขึ้น 1,093.2%

บริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) (TOP) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/65 และผลการดําเนินงาน 6 เดือนหรือครึ่งปี 2565 ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีรายได้มากกว่า 140,000 ล้านบาท กําไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% ในไตรมาส 2/2555 และเกือบ 500% ในช่วงครึ่งปีแรก ไทยออยล์ฟันกำไร จากการฟื้นตัวของปริมาณการใช้น้ํามันในประเทศ และต้นทุนการกลั่นที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย ส่งผลให้อุปทานน้ํามันสําเร็จรูปในตลาดมีจํากัด อย่างไรก็ตาม ราคาน้ํามันในช่วงครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอุปสงค์และอุปทานและสถานการณ์สงคราม

ไทยออยล์ฟันกำไร 2.5 หมื่นล้านบาท

TOP ดําเนินธุรกิจการกลั่นและจําหน่ายน้ํามันรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและเป็นหนึ่งในโรงกลั่นชั้นนําในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กิจกรรมหลักคือโรงกลั่นน้ํามัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจพื้นฐานสําหรับการผลิตน้ํามันหล่อลื่น

ผลการดําเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2565 มีกําไรสุทธิ 25,326 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2554 โดยมีกําไรสุทธิ 2,122 ล้านบาท หรือมีกําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1,093.2% หรือเพิ่มขึ้น 1.093.2% หรือกําไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 1.04 บาท

ผลการดําเนินงาน 6 เดือนปี 2565 มีกําไรสุทธิ 32.509 ล้านบาท กําไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 15.94 บาท เมื่อเทียบกับผลการดําเนินงาน6 ในเดือน 2564 กําไรสุทธิอยู่ที่ 5,482 ล้านบาท หรือกําไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 493 หรือกําไรต่อหุ้น 2.69 ล้านบาท

นายวิรัช ไอเยนรูมิท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไทยออยล์ (TOP) กล่าวว่า ตัวเลขไตรมาส 2/2565 ปรับตัวดีขึ้นหลังจากความต้องการน้ํามันในประเทศและต้นทุนการแปรรูปที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและรัสเซีย ส่งผลให้อุปทานน้ํามันสําเร็จรูปในตลาดเริ่มตึงตัว ช่วงครึ่งหลังของปียังต้องติดตามราคาน้ํามันอย่างใกล้ชิดเนื่องจากความผันผวนสูง ขณะที่ค่าการกลั่นเริ่มปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติ เนื่องจากอุปสงค์และอุปทานปรับตัวเข้าสู่สภาวะสมดุล ส่งผลให้สต็อกน้ํามันเบนซินทยอยปรับตัวเข้าสู่ระดับปกติ

ในไตรมาสที่ 2 ปี 2555 รายได้จากการขายอยู่ที่ 143,892 ล้านบาท ขณะที่ราคาน้ํามันดิบปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ไทยออยล์มีกําไรจากน้ํามันสํารอง 7.557 ล้านบาท บันทึกผลขาดทุนจากการสรุปรายการบริหารความเสี่ยงอยู่ที่ 12.626 ล้านบาท และกําไรสุทธิ 25.327 ล้านบาท (จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน กําไรสุทธิอยู่ที่ 2.123 ล้านบาท)

นี่คือกําไรพิเศษทั้งหมดจากการขายหุ้นของ บริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) Global Power Synergy (GPSC) ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 จํานวน 12,880 ล้านบาท (หลังหักภาษี) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างทางการเงินระยะยาวเพื่อชําระคืนเงินกู้นกเพื่อการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีในประเทศอินโดนีเซีย

นายวิรัชกล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจแปรรูปโดยรวมในช่วงครึ่งหลังของปียังคงมีความไม่แน่นอนอย่างมาก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสําคัญที่จะต้องติดตามสถานการณ์และราคาน้ํามันอย่างใกล้ชิด นี่คือทั้งหมดที่ไทยออยล์กําลังเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจภายใต้แผนการลงทุน ซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจปิโตรเคมีและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น การลงทุนในโครงการเชื้อเพลิงสะอาด และการลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ในประเทศอินโดนีเซีย

ตลอดจนการขยายตลาดและจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศในระดับภูมิภาค ตลอดจนการค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (New S-Curve) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต เพื่อลดความผันผวนของภาคพลังงานและบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน

ราคาหุ้นสูงสุดณ วันที่ 10 สิงหาคม เวลา 10:47 น. อยู่ที่ 52 บาท ราคาหุ้นละ 1 บาท หรือ +1.96%

อย่างไรก็ตามธุรกิจของโรงกลั่นยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากกรณีความคิดของรัฐบาลและขอความร่วมมือธุรกิจโรงกลั่นส่งผลกําไรบางส่วนจากร่างกฎหมายว่าด้วยการแปรรูปไปยังกองทุนน้ํามัน นอกจากนี้ยังเป็นแนวคิดและไม่มีกฎที่มีผลผูกพัน

ดร.กอบศักดิ์ ภูซง ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า หลังจากราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างก้าวกระโดด หลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ การปล่อยเงิน 130-140 ดอลลาร์/บาร์เรลทําให้เกิดความกังวลมากมายเกี่ยวกับปัญหาภาวะซบเซา

จนถึงทุกวันนี้ราคาน้ํามันโลกได้ลดลงและกลับสู่จุดเริ่มต้นของสงคราม ราคาน้ํามันเบรนท์วันนี้อยู่ในระดับต่ําที่ 94.5 $/บาร์เรล ราคาน้ํามัน WTI วันนี้อยู่ในระดับต่ําที่ 90.56 $/บาร์เรล ซึ่งต่ํากว่าจุดเริ่มต้นก่อนการเติบโต

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า หากราคาน้ํามันโลกไม่ปรับตัวสูงขึ้นเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ยังมีราคาประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในประเทศต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะค่อยๆ ลดลง

ผู้ที่สนใจในการลงทุน วางแผน วิเคราะห์ พอร์ตหุ้น ตลาดหุ้น หรือข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น และเทคนิคที่น่าสนใจในการลงทุน ติดตามข่าวสารได้ที่ www.setmarkettrade.com